สัญญาณเตือน ภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ภัยเงียบที่ต้องระวัง!!
อาการปวดหลังอาจดูเป็นเรื่องปกติของใครหลายคน
แต่อาการปวดหลังเหล่านี้อาจกำลังบอกว่า คุณกำลังเป็นโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทอยู่!! เรามาทำความรู้จักกับโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือกระดูกทับเส้นและอาการเตือนว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทหรือไม่
ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรือ กระดูกทับเส้น คือ
ภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของโครงสร้างกระดูกสันหลัง ซึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้นและการเสื่อมสภาพจะเกี่ยวข้องกับการใช้งาน
การยกของหนัก ตลอดจนอุบัติเหตุกระแทกบริเวณกระดูกสันหลังบ่อยๆ
ทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมเร็วขึ้น
พบว่ามีการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังและข้อต่อกระดูกสันหลังด้านหลัง
(ข้อต่อฟาเซ็ท) ทำให้เกิดการทรุดตัวของโครงสร้างกระดูกสันหลัง
ร่างกายจะมีการตอบสนองโดยการสร้าง กระดูกงอก หรือหินปูนขึ้นมา
เพื่อต้านการทรุดตัวดังกล่าว
กระดูกงอกที่ร่างกายสร้างขึ้นมาใหม่ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ
แต่บางรายเกิดกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามเส้นประสาท
ทำให้ปวดขาชาขา
ผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังเสื่อมและทรุดพบว่าถ้ามีการทรุดตัวมากขึ้นก็จะทำ
ให้เกิดกระดูกสันหลังคด หรือบางรายผู้ป่วยก็พบว่าทำให้กระดูกสันหลังเคลื่อน
สัญญาณเตือน หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
อาการหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทหรือ กระดูกทับเส้น เบื้องต้นคือจะมีอาการปวดหลังเรื้อรัง
คือ เป็นๆ หายๆ เป็นเวลานาน จะปวดขาตั้งแต่บริเวณสะโพกร้าวไปบริเวณน่อง เท้า จะปวดมากเวลาเดิน
ทำให้ไม่สามารถเดินไกลๆ ได้ อาการเด่นของโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท คือจะปวดหลังร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
ถ้าทิ้งไว้นาน เส้นประสาทจะทำงานได้น้อยลง
อาการชาและอ่อนแรงของขาซีกนั้นจะเริ่มเด่นชัดขั้น
อาการทั้งหมดจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ในผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท(กระดูกทับเส้น) พบว่ามี 1-2 % ของผู้ป่วยที่มีอาการอย่างรุนแรง มีอาการ
กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ และควบคุมการขับถ่ายไม่ได้
ท่านสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่http://www.vejthani.com/TH/Article/12/ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท
ท่านสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่http://www.vejthani.com/TH/Article/12/ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท
หากใครที่พบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังกล่าว
ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามคลินิกกระดูกและข้อเพื่อรักษาอย่างถูกวิธีค่ะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น